News
Facebook Watch หรือ video platform บน Facebook ผู้ใช้สามารถเข้าไปเพื่อชม timeline ที่มีคอนเทนต์รูปแบบวิดีโอโดยเฉพาะ จากแท็บที่ทำแยกออกมา เป็นฟีเจอร์ที่ทาง Facebook ทำมาเพื่อชนกับ YouTube นั่นเอง
ทุกวันนี้เราจะเห็นเทรนการนำ Avatar ที่เป็นตัวการ์ตูนมาแทนตัวเองเยอะมากตั้งแต่ Bitmoji ที่ใครที่ใช้ Snapchat ก็น่าจะต้องเคยใช้กัน หรือ Zepeto ที่เคยฮิตกันอยู่พักนึง และที่ดังที่สุดเลยก็คือ Memoji ที่ Apple ถึงกับเพิ่มเข้ามาในระบบปฏิบัติการ iOS ที่ให้เราเปลี่ยน Animoji เดิมที่เป็นหน้าหน้า emoji ให้กลายเป็นหน้าของเราจริง ๆ แถมใน iOS 13 ก็จะปรับปรุงให้สามารถแต่งหน้า ใส่แว่นใส่หูฟังอะไรได้ด้วย
ถ้ายังจำกันได้ เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาบรรดา Social Media ทุกตัวไม่ว่าจะเป็น Facebook, YouTube ต้องผ่านบทสดสอบยามวิกฤติสำคัญ เมื่อ Social Media ที่คนเล่นนับพันล้านคนทั่วโลกกลายเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดสดและเผยแพร่ภาพความรุนแรงในเหตุกราดยิงที่เมือง Christchurch ในตอนนั้น เราเคยนำความรุนแรงของเหตุการณ์มาเล่าใน บทเรียนจากเหตุกราดยิง Christchurch การก่อการร้ายที่ถ่ายทอดสดบนโลกโซเชียล ซึ่งสรุปง่าย ๆ ก็คือ ภายในเวลา 24 ชั่วโมง Facebook หยุดยั้งการเผยแพร่คลิปซ้ำไปมากกว่า 1.2 ล้านครั้ง (เข้าใจว่าเป็นการแชร์) และคอนเทนต์ที่เกิดจากการ Live ครั้งนั้น (ภาพ วิดีโอ อัพโหลดซ้ำ) มากกว่า 300,000 ครั้ง
หลังจากที่ Facebook หันมาจริงจังกับ Video ทำให้เกิดกระแสตามมาต่าง ๆ มากมาย หนึ่งในนั้นก็คืออัตราส่วนของวิดีโอ สมัยก่อนเราจะพบว่าการอัพโหลดวิดีโอแนวตั้งนั้นเป็นอะไรที่หยาบคายมาก ไม่ว่าจะเป็นบน Facebook หรือ YouTube เพราะจะทำให้เราเห็นขอบดำที่ด้านข้างของจอ จนมาถึงวันที่หน้าจอของโทรศัพท์มือถือทำให้เราหันมาทำวิดีโอแบบแนวตั้ง เริ่มต้นตั้งแต่ Story ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งวิดีโอแนว Square หรือสี่เหลี่ยมจตุรัสที่พยายามกินพื้นที่บนหน้าจอมือถือเราให้ได้มากที่สุด
ประเด็นเรื่องการหาเสียงบน Social Media เราอาจจะเคยพูดถึงในประเด็นเกี่ยวกับจริยธรรมและความน่ากลัวของการ Targeting ที่เปลี่ยนรูปแบบของการหาเสียงให้ผู้สมัครสามารถเลือกคุยเฉพาะกับคนที่อยากจะเห็น หรือแม้กระทั่งเลือกที่จะพูดบางข้อความกับคนที่สนับสนุนและพูดอีกข้อความหนึ่งกับคนที่ต่อต้านได้ ซึงความน่ากลัวนี้ก็ปรากฏให้เห็นตั้งแต่กรณีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ลามมาจนถึงการเลือกตั้งในไทย และประเด็นด้านการเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก แต่ในวันนี้เราจะมาดูจำนวนของเม็ดเงินที่ใช้ในการหาเสียงออนไลน์กันบ้าง
เรารู้กันว่าในการที่ Facebook จะเลือกเอาเนื้อหาจากเพื่อน หรือเพจใด ๆ มาแสดงบนหน้า News Feed ของเรานั้น เป็นการคัดเลือกมาจากพฤติกรรมของเรา และนำเข้าไปสู่อัลกอริทึมที่จะประมวลผลในการสร้างหน้า Feed ของเราขึ้นมาให้เราพอใจ ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนแรกที่ Facebook ได้ถูกสร้างขึ้น และวัตถุประสงค์ของ Facebook ก็คือต้องการให้คนกลับมาดูอีก มาดูเรื่อย ๆ เพราะคนเล่นได้เห็นสิ่งที่ตัวเองอยากจะเห็นและอยากจะรู้ แม้ว่าบางครั้ง พฤติกรรมเช่นนี้จะนำไปสู่ Echo Chamber ที่ดู ๆ แล้วน่าจะมีข้อเสียไม่น้อยไปกว่าข้อดีเลย ถ้าเราไม่รู้จักรู้เท่าทัน
RAiNMaker Research คือ การสำรวจข้อมูลธุรกิจสื่อดิจิทัล เพื่อให้คนทำคอนเทนต์ แบรนด์ เอเจนซี่ได้ใช้เป็นอีกหนึ่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งในปัจจุบันสื่อดิจิทัลกำลังเติบโตไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่หลากหลาย คนทำคอนเทนต์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
ก่อนที่เราจะมี Facebook Page ช่อง YouTube หรือจะมีสื่อต่าง ๆ เป็นของตัวเอง หลายคนก็อาจจะเคยมีช่วงเวลาที่ว่ามีไอเดีย อยากทำนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด แต่สุดท้ายไอเดียนั้นก็จบไป ไม่ได้เริ่มทำซักที หรือบางคนก็เริ่มต้นบางอย่างไว้แล้ว ถ้าจะทำเว็บก็จด Domain ไว้แล้ว จะทำเพจก็เปิดเพจไว้แล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำต่อ หรือลงได้คอนเทนต์สองคอนเทนต์ก็เลิกทำซักแล้ว
หลังจากที่ Mark Zuckerberg ทำฮือฮาในงาน Facebook F8 โดยการโชว์รูปแบบดีไซน์ใหม่ของ Facebook ซึ่งการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ก็ทำเอา User อย่างเราๆต้องปรับตัวตามกันไม่น้อย (อ่านสรุป Facebook Redesign) แต่ในงานก็ไม่ได้มีแต่เรื่องของ Facebook อย่างเดียว เพราะที่รู้กัน Instagram ก็อยูู่ในเครือของ Facebook งานนี้ก็เลยมีการอัพเดตฟีเจอร์กันเบาๆให้พวกเราได้มีอะไรใหม่ๆใช้กันมากขึ้น
ทุกวันนี้ Instagram เป็น Social Media ที่เราปฏิเสธไม่ได้ไปแล้ว เนื่องจากการเติบโตที่สูงขึ้นมาก ๆ และการมีอิทธิพลกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หลายคนทิ้งจาก Facebook และไปใช้งาน Instagram เป็นหลักไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม Instagram ยังคงเป็น Social Media ที่ Learning Curve ค่อนข้างสูง เพราะมีความแตกต่างจาก Facebook ที่เราคุ้นชินกันมากกว่า 10 ปีแล้ว
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
