Case Study
เชื่อว่าหลายท่านที่ทำเนื้อหาลงบนโลก Social Media น่าจะเคยเห็นสถิติที่หลายค่ายออกมาบอกช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการโพสต์ หรือช่วงเวลาที่คนเล่น Social มากที่สุดคือช่วงไหน ซึ่งพอได้อ่านก็มีการลองทำตามบ้าง หรือลองเปลี่ยนแนวทางกันไปบ้าง
ฟังดูเหมือนจะไม่ได้เป็นข่าวใหญ่อะไรแต่จริง ๆ แล้วสำคัญมากสำหรับใครที่กำลังจะทำโฆษณาบน Facebook หรือกำลังออกแบบโฆษณาบน Facebook เมื่อทาง Facebook ออกมาประกาศเองบนหน้า News Release ว่ากำลังจะมีการปรับเปลี่ยนการแสดงผลของ Ads ให้โชว์ตัวอักษรได้น้อยลง (ถ้าจะดูเพิ่มต้องกด See More) และกินพื้นที่บนหน้าจอน้อยลง
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นภาพประมาณว่าขายยาลดความอ้วน ครีมลดริ้วรอย หรือสินค้าสุขภาพต่าง ๆ ขึ้นมาตามหน้า Timeline บ้าง แม้ว่าเราจะไม่ได้ไปกดติดตามเพจหรือ Profile ที่ขายของเหล่านี้ก็ตาม เพราะการขายของในลักษณะนี้บน Facebook นั้นก็มีอยู่เยอะเหลือเกิน แล้วก็ดูเหมือนว่าของพวกนี้จะไม่ค่อยเป็นประโยชน์ซักเท่าไหร่ในแง่ของการรีวิวสินค้าเนื่องจากใช้จริงหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ แต่ดันมีภาพแนว ๆ Before After ขึ้นมาซะงั้น
หนึ่งในข้อสงสัยของหลายคนที่ทำวิดีโอว่าสรุปแล้ว Subtitle จำเป็นมากน้อยแค่ไหน หรือในบางครั้งเราเห็นวิดีโอมี Subtitle เราก็อยากรู้ว่าสรุปแล้วหน้าที่จริง ๆ ของ Subtitle คืออะไร วันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่อง Subtitle หรือคำบรรยายใต้วิดีโอ ถอดคำพูด ว่าจริง ๆ แล้วประโยชน์ของการใส่ Subtitle นั้นมีอะไรบ้าง จำเป็นแค่ไหน แล้วจะเลือกอย่างไรว่าใส่และไม่ใส่ หรือถ้าใส่แล้วจะทำยังไงให้มีประโยชน์กับวิดีโอของเรามากที่สุด
เป็นที่รู้กันดีว่า Comment ต่าง ๆ บน Facebook นั้นจะไม่ได้เรียงตามเวลาโดยเฉพาะบนเพจหรือบนหน้าโปรไฟล์ของผู้ที่มีผู้ติดตามมาก ๆ ซึ่ง Facebook บอกว่าต้องการให้ประสบการณ์การใช้งานดีขึ้นและเราไม่ต้องมาเจอกับ Comment ที่บางทีเราไม่ได้อยากจะเห็น หลายคนคงสงสัยกันว่าแล้ว Facebook ใช้อะไรในการเลือก Comment มาแสดงเป็นอันดับแรก ๆ หรือ Top Comment ซึ่งแน่นอนว่าปกติที่เราเห็นกัน Comment ที่ได้รับ Like และมี Reply มากกว่าจะได้รับการหยิบขึ้นมาโชว์บน ๆ แต่นั่นคือวิธีคิดทั้งหมดของ Facebook แล้วหรือเปล่า มีอะไรอีกไหม วันนี้เราจะมาดูกัน
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาทั่วโลกก็ได้เจอกับวิกฤติ Facebook ล่มกันอย่างพร้อมหน้าเพราะเกิดจากระบบ CDN ซึ่งเป็น ซึ่งโดนด่าเรื่องล่มไม่พอแล้ว Facebook ยังโดนเล่นประเด็นเรื่องข้อความที่ปรากฎขึ้นตอนที่ภาพไม่โหลด ซึ่งเป็นคำบรรยายของภาพที่เกิดจากการนำโมเดล Machine Learning มาเดาว่าสิ่งที่อยู่ในภาพคืออะไร วัตถุ หรือคน แล้ววิเคราะห์ออกมาเป็นคำ ด้วยคำว่า Image may contain:
เมื่อพูดถึง Influencer สาวด้านไอทีในไทยเราก็จะนึกกันออกไม่กี่คนหนึ่งในนั้นก็คือเฟื่องลดา สรานี สงวนเรือง ซึ่งเธอเองนั้นก็อยู่ในวงการไอทีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุครายการ แบไต๋ Beartai มาจนถึงการเป็น MC พิธีกร Blogger (เตรียมชมบทสัมภาษณ์ของเฟื่องลดาได้เร็ว ๆ นี้) รวมถึงผู้ติดตามบน Facebook, Instagram และ YouTube อีกนับแสน และล่าสุดเธอได้ประกาศตั้งกลุ่ม LDA หรือ Ladies of Digital Age เป็นกลุ่มรวมของสาว ๆ ที่ทำคอตนเทนต์ให้ความรู้ไอที ซึ่งรูปแบบที่ออกมาก็อาจจะคล้ายกับแบบเดิมที่เธอทำ
หลายคนอาจจะสงสัยว่าเวลาจะตั้งชื่อบทความหรือโพสต์ต่าง ๆ บนเว็บไซต์ เช่น ข่าวหรือบทความนั้น มีเทคนิคหรือวิธีการตั้งอย่างไรบ้าง ซึ่งหลายคนอาจจะมองข้ามความสำคัญตรงนี้ไปเพราะคิดว่าก็ในเมื่อเวลาคนอ่านเขาเข้ามาอ่านเนื้อหาอยู่แล้วไม่ได้เข้ามาดูหัวข้อ แต่จริง ๆ แล้วอย่าลืมว่าหัวข้อของเรานั้นมีความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า Discoverability หรือโอกาสในการที่กลุ่มเป้าหมายของเราจะกดเข้ามาอ่านเว็บไซต์ของเรา
ทุกวันนี้เราจะเห็นเทรนการนำ Avatar ที่เป็นตัวการ์ตูนมาแทนตัวเองเยอะมากตั้งแต่ Bitmoji ที่ใครที่ใช้ Snapchat ก็น่าจะต้องเคยใช้กัน หรือ Zepeto ที่เคยฮิตกันอยู่พักนึง และที่ดังที่สุดเลยก็คือ Memoji ที่ Apple ถึงกับเพิ่มเข้ามาในระบบปฏิบัติการ iOS ที่ให้เราเปลี่ยน Animoji เดิมที่เป็นหน้าหน้า emoji ให้กลายเป็นหน้าของเราจริง ๆ แถมใน iOS 13 ก็จะปรับปรุงให้สามารถแต่งหน้า ใส่แว่นใส่หูฟังอะไรได้ด้วย
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
