Facebook ออกมาโต้ หลัง New York Times บอกระบบกรอง Hate Speech ไร้คุณภาพ

ก่อนหน้านี้เว็บไซต์ New York Times ได้ลงบทความชื่อ Inside Facebook’s Secret Rulebook for Global Political Speech พูดถึงเบื้องหลังการทำ Content Review หรือการคัดครองเนื้อหาที่แสดงผล ซึ่งเราจะรู้กันดีว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา นอกจากการแพร่กระจายของข่าวปลอมแล้ว Hate Speech และคอนเทนต์โจมตีหรือหวังผลทางการเมืองก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ Facebook ต้องออกมารับมือ

เมื่อกลางปีที่ผ่านมา Facebook เพิ่งเจอศึกหนักกับกรณี Cambridge Analytica ที่ปล่อยให้มีการแทรกแซงการเลือกตั้งด้วยโฆษณาจากฝั่งรัสเซีย ยังไม่รวมดราม่ายิบย่อยต่าง ๆ ล่าสุดบทความดังกล่าวของ New York Times ก็ได้ต่อย Facebook เข้าไปอีก ด้วยเอกสารและ Slide ที่ Facebook ใช้ในการเทรนทีมงานเพื่อคัดกรอง Hate Speech และการบอกว่า ระบบการคัดกรองเลือกลบคอนเทนต์ที่เป็น Hate Speech ของ Facebook นั้นหละหลวมและไม่มีมาตรฐาน

ภาพส่วนหนึ่งที่ New York Times ปล่อยออกมาโดยอ้างว่ามาจาก Guideline ในการคัดกรอง Hate Speech บน Facebook ก็เช่น

ส่วนประเด็นที่ New York Times ยกขึ้นมาหลัก ๆ ก็คือ

  • คนที่เขียน Guideline คือ “Young engineers and Lawyers” ซึ่งก็ไม่ได้เข้าใจธรรมชาติของ Hate Speech มาก
  • Facebook ไม่มีมาตรฐานในการจัดการ และแก้ Guideline ไปมาบ่อยมาก เป็นการ “repairing an airplane midflight.”
  • Facebook เก็บมาตรฐานในการจัดการเป็นความลับ
  • บอกว่าทีมของ Facebook ก็อปคำไปใส่ Google Translate แล้วแปลเอา แสดงถึงขาดความเข้าใจด้านภาษาและบริบท

สรุปแล้วก็คือ บทความดังกล่าวพยายามที่จะบอกว่า Facebook นั้นจริง ๆ ยังขาดความรู้ความเข้าใจใน Hate Speech ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความขัดแย้งต่าง ๆ ตั้งแต่ในตะวันออกกลาง ไปจนถึงในประเทศพม่า บทความดังกล่าวถูกแชร์ออกไปมากพอสมควร

หลังจากนั้นไม่กี่วัน Facebook ก็ได้ออกหน้าเว็บ Statement ชื่อว่า Facts About Content Review on Facebook มาอธิบายว่า จริง ๆ แล้ว Facebook ยินดีที่จะมีการมาช่วยควบคุมและดูแลมาตรฐานในการ Censor เนื้อหาต่าง ๆ แต่ก็บอกว่าการรายงานของ New York Times นั้นหลายอย่างไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น มาตรฐานการรีวิวของ Facebook ไม่ได้เป็นความลับและมีการประกาศไว้แล้วใน Community Standards ของ Facebook

Facebook ยังได้ตอบโตการที่ New York Times ใช่คำว่า “ad hoc” หรือแนว ๆ ว่าจะแก้ปัญหาเป็นกรณีไป ไม่มีมาตรการชัดเจน ซึ่ง Facebook บอกว่า นโยบายการ Censor ของ Facebook นั้นจะปรับเปลี่ยนไปตามบริบทต่าง ๆ รวมถึง Trend ของความรุนแรงที่เกิดขึ้น การอัพเดทนโยบายของ Facebook บ่อยครั้งก็เพื่อให้ทันสมัยและจัดการกับ Hate Speech ในรูปแบบต่าง ๆ ได้มากขึ้น ส่วนเรื่องที่ คนที่เขียนนโยบายเป็น Young Engineer และ Lawyers นั้น Facebook บอกว่าจริง แต่ก็ได้มี Human rights experts เข้ามาด้วย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ hate and extremist organizations และผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ อีกมากมาย ไม่ได้มีแต่คนใน Facebook ที่เขียนนโยบาย

ส่วนประเด็น Google Translate ทาง Facebook ก็บอกว่า มีทีมรีวิวเนื้อหาเพื่อเข้าใจเรื่อง “language expertise and cultural context” มารีวิวเนื้อหามากกว่า 50 ภาษา และใช้เครื่องมือต่าง ๆ ที่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่การก็อปไปแปลใน Google Translate เหมือนที่บอก

สรุปแล้ว เราก็ยังไม่รู้ว่าระบบการคัดกรองเนื้อหาของ Facebook เป็นอย่างไรกันแน่ แต่ที่ผ่านมา ข้อมูลจาก Facebook ก็บอกว่า กว่าครึ่งของ Hate Speech, โพสต์รุนแรง ถูกตรวจเจอและลบด้วยระบบอัตโนมัติ การที่ Facebook จะเทรน Machine Learning ให้มีความสามารถลบ Hate Speech ได้นั้นจำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างมาก ดังนั้นก็เป็นไปได้ว่าระบบการคัดครอง Hate Speech อาจจะไม่ได้แย่เหมือนที่ New York Times รายงานก็เป็นได้