LittleThings เว็บไลฟ์สไตล์ดังปิดตัวลง อ้างผลจาก Facebook ลด Reach

ผลกระทบจาก Facebook ปรับอัลกอริทึมทำให้บรรดา Publisher ต้องเดือดร้อนกันเนื่องจากยอดผู้เข้าถึงผ่าน Facebook ลดลงอย่างน่าใจหายนั้นยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีข่าวความเดือดร้อนของบรรดา Publisher ปรากฏให้เห็นกันอยู่แทบทุกวัน และล่าสุด เว็บไซต์ LittleThings เว็บด้านไลฟ์สไตล์ชื่อดังที่มียอดกดไลค์อยู่บน Facebook ถึง 21 ล้านไลค์ ก็ต้องปิดตัวลงโดยอ้างผลกระทบจาก Facebook ลด Reach 

ทาง Maia Mccann บรรณาธิการเว็บไซต์ได้ออกเขียนบทความซึ่งบอกว่าเป็นบทความสุดท้ายของเว็บในหัวข้อ “Goodbye from LittleThings” เป็นการเล่าเรื่องราวของเธอกับ LittleThings ที่เติบโตขึ้นจากคอนเท้นง่าย ๆ อย่างสัตว์เลี้ยง ทำอาหาร และคอนเท้นในเชิงไลฟ์สไตล์อื่น ๆ

LittleThings เป็นเว็บไซต์ที่ก่อตั้งโดยทุนส่วนตัว และไม่ได้ขอทุนจาก VC ซึ่งหลายสำนักข่าวมองว่าเป็นอะไรที่เสี่ยงมาก ๆ สำหรับ Business Model แบบนี้ นอกจากบทความแล้ว LittleThings ยังได้ทำคอนเท้นต์วิดีโอในลักษณะของรายการ เช่น The Daily Glow, Slice, The Hostess Next Door ซึ่งทางบริษัทลงทุนทำ Studio เป็นของตัวเองเลยทีเดียว

หลังจากนั้นไม่นาน LittleThings พยายามฉีกตัวเองออกมาจาก Facebook และเริ่มลงคอนเท้นต์ใน Platform อื่น ๆ เช่น Amazon, Apple TV และ YouTube แต่ Traffic หลัก ๆ ของ LittleThings ยังคงพึ่งพา Facebook เป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ในปี 2016 ช่วงที่ Facebook เริ่มจัดการกับเว็บไซต์คลิกเบท LittleThings ก็ได้รับผลกระทบมาแล้วรอบนึงทำให้ทางเว็บไซต์ต้องมีการปรับปรุงการตั้งชื่อบทความให้มีข้อมูลมากขึ้น

Kerry Perse นักวิเคราะห์จาก OMD บริษัทสื่อใหญ่ออกมาบอกว่า อัลกอริทึมของ Facebook นั้นเป็นสาเหตุให้ LittleThings ต้องปิดตัวลง 100% และก่อนหน้านี้ LittleThings ยังเคยออกมาบอกเองว่า Organic Traffic และ influencer traffic ลดลงกว่า 75% หลังจาก Facebook ทำการปรับอัลกอริทึม ซึ่งไม่เคยมีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน และเป็นผลกระทบสำคัญต่อทางบริษัทจริง ๆ

 

จากเรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นว่าการมีชีวิตอยู่โดยการพึ่ง Facebook นั้นเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก ทาง Digiday เว็บไซต์เกี่ยวกับสื่อชื่อดังได้เรียกเหตุการณ์นี้ว่า “Live by the algorithm, die by the alogirithm” ซึ่งก็แสดงว่าถ้ากัลกอริทึมของ Facebook ทำให้เรามีตัวตนบนโลกออนไลน์ได อัลกอริทึมของ Facebook นั้นก็สามารถฆ่าเราให้ล้มหายตายจากไปจากวการได้เช่นกัน

อ้างอิง

Digiday

Mashable