JournalismNews

Avatar

Nutn0n September 24, 2018

เลิกผลิตเองแล้วมาเป็นนักลงทุน ช่องทางรอดของสื่อดั้งเดิมในยุคสื่อใหม่

เรื่องของ Media Disruption เป็นเรื่องที่ทุกคนเหมือนว่าจะอินกันมากในยุคนี้ ซึ่งทั้งหมดก็เริ่มต้นมาจากการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (New Media) ซึ่งก็ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นแต่กลับมามีอิทธิพลหลังเป็นอย่างมากในยุคที่ Social Media, Internet และ Smartphone กลายเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตประจำวัน

หากใครที่ไม่ได้คุ้นชินกับศัพท์ Old Media หรือ Traditional Media จะหมายถึงสื่อเก่าที่มีขนาดใหญ่เช่น ช่องโทรทัศน์, หนังสือพิมพ์, นิตยสาร ส่วนสื่อใหม่หรือ New Media จะเป็นพวกเว็บไซต์, ช่องหรือ Platform วิดีโอออนไลน์, Social Media ต่าง ๆ ซึ่งข้อแตกต่างของ New Media กับ Traditional Media คือ การจะเป็นช่องโทรทัศน์ หรือหนังสือพิมพ์ได้นั้นอาศัยการลงทุนที่สูงรวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเพาะเจาะจง เช่น แท่นพิมพ์ แต่สำหรับ New Media เป็นการใช้ resource ที่มีอยู่ทำให้เกิดงานออกมาและส่งผลต่อคนจำนวนมากโดยที่ไม่ต้องลงทุนมหาศาลเหมือนการจะเป็น Traditional Media

facebook-dashboard-3

ดังนั้นไม่แปลกใจว่า ทำไมบรรดา Traditional Media ถึงได้ถูก disrupt กันเป็นแถวเช่น การปิดตัวลงของนิตยสาร, การปรับกลยุทธ์ของโทรทัศน์ ต่าง ๆ มากมายที่เราเห็นกันอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน สิ่งที่น่าสนใจคือเว็บไซต์ TechCrunch ได้ออกมาวิเคราะห์กลยุทธ์อย่างนึงที่น่าสนใจของ Traditonal Media ที่ทำการปรับตัวด้วยการหันมาเป็นนักลงทุน (VC) แทนการทำสื่อด้วยตัวเอง 

จากทำสื่อด้วยตัวเองสู่การลงทุนในสื่อใหม่

Eric Peckham คอลัมนิสต์ นักวิเคราะห์สื่อ และนักลงทุน ได้เขียนบทความเรื่อง Old media giants turn to VC for their next act เล่าเรื่องบรรดา Traditional Media ต่าง ๆ ที่ผันตัวไปเป็นนักลงทุนโดยอาศัยมูลค่าของบริษัทเดิมที่มีอยู่เพื่อทำให้บริษัทยังอยู่ต่อไปได้ และก็เพื่อศึกษาวิธีการของผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการ Media และ Journalism

Packham บอกว่ายุคของการ Disruption เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วง 1990s จากการเข้ามาของการทำโฆษณาแบบ classified advertisements บนออนไลน์ (เช่น Craigslist) และ marketplace online อย่าง Amazon และ eBay ทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมาก นอกจาก Hearst (บริษัท Mass Media ยักษ์ใหญ่ของอเมริกา) แล้วบริษัทอื่น ๆ เช่น Gannett, News Corp, Meredith Corp / Time Inc และ Digital First Media ก็ไม่ได้มีเงินเหลือพอที่จะมาทำการลงทุนให้กับบรรดาเหล่า Startup จึงพลาดโอกาสในส่วนนึ้ไป

เรื่องราวคล้าย ๆ กันนี้เกิดขึ้นเหมือนกันที่ยุโรป แต่ยุโรปตลาดหนังสือพิมพ์ยังไม่ได้ถูก Disrupt มากขนาดนั้น บริษัทต่าง ๆ สามารถปรับตัวไปลงทุนให้กับ Starup และ E-Commerce ได้ทัน Axel Springer (บริษัท Publisher รายใหญในยุโรป) ได้เข้าไปลงทุนใน Caroobi, Airbnb รวมถึงยังมีโครงการ accelerator ลงทุนให้กับ startup กว่า 200 เจ้า

ไม่ใช่แค่ Axel Springer แต่บริษัท Publisher รายอื่น ๆ ในยุโรปเช่น Schibsted, Bonnier, Hubert, Burda Media และ Holtzbrinck ก็ยังจัดอยู่ในกลุ่ม Publisher ที่ไม่ถูก Disrupt และคงมูลค่าต่อไปได้

กรณีศึกษา และอนาคตของการลงทุนจากสื่อเก่า

ย้อนกลับไปที่ Publisher ฝั่งอเมริกา Hearst เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ให้กับ เว็บไซต์ BuzzFeed และบริการอย่าง Pandora, Hootesuite, Roku หรือ Sky ที่มาลงทุนใน iflix บริการดูหนังออนไลน์ที่เราน่าจะรู้จักกันดี

อีกหนึ่งบริษัทที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Tencent จากจีน ที่ Packham บอกว่าแตกต่างจากบริษัทอเมริกันอย่าง Netflix, Snap, VICE, and BuzzFeed อย่างมากเนื่องจากไม่ได้โฟกัสไปที่ตัว Product แต่เน้นไปที่โอกาสในการลงทุนและผลตอบแทนมากกว่า

Tencent ลงทุนใน WeChat, QQ และบริการต่าง ๆ มากมายตั้งแต่ Music Streaming ไปจนถึงธุรกิจเกมและ e-sport (และยังลงทุนในบริษัทเกมอื่น ๆ เช่น Blizzard และ Epic) นอกจากนี้แล้ว Tencent ยังลงเงินให้กับ Startup อีกกว่า 300 เจ้า รวมถึงบริษัทฝั่งตะวันตกอย่าง SoundHound, Spotify, Smul ด้วย

Packham ลงท้ายบทความว่าสุดท้ายแล้วโลกทุกวันเปลี่ยนไปเร็วมากแต่ก็เปิดโอกาสใหม่ ๆ เช่นกัน ตั้งแต่โมเดลธุรกิจสื่อแบบ subscription, การให้ความสำคัญกับ e-sport หรือการใช้เทคโนโลยีจัด ๆ อย่าง AR แต่บริษัทบางส่วนก็เริ่มผันตัวมาใช้กลยุทธ์การเป็นนักลงทุนก่อนที่พวกเขาจะถูกเรียกว่า “Old Media”

Copyright © 2024 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save